สวัสดีวังมายด์
เมื่อสายฝน รินรดหลั่ง จากฟากฟ้า รินลงมา บนชายคา และป่าเขา
ให้ชุ่มฉ่ำ คลายร้อน ผ่อนบรรเทา ทุกลำเนา หว่านไถ ได้ทำกิน…
เหมือนพวกเรา เหล่าลูกไม้ ที่ไกลต้น ฤดูผน คือเวลา พาสร้างสรรค์
กลัมมารวม ร่วมความคิด ร่วมมือกัน เพื่อวังเหนือ ของเรานั้น พัฒนา…
และแล้ว ฤดูลมฝนมาก้อหมุนผ่านอีกครั้ง หลายคนที่อยู่ในเมืองหลวง อาจจะไม่ชอบ เพราะฝนตกทีไร น้ำก็ท่วม รถก็ ติดทุกที ไปไหนมาไหนก็ไม่สะดวกมั่งหล่ะ แต่สำหรับพี่น้อง ตามต่างจังหวัดนี่คือ ฤดูของการหว่านไถ ปลูกพืช ทำนา บางที่ที่แล้งอยู่ เมื่อฝนตกก็แปลว่า ความอุดมสมบูรณ์กำลังจะกลับมา ทั้งน้ำสำหรับ
การเกษตร ทั้งอาหารที่ผุดจากดินในหน้าฝน ไม่ว่าจะเป็น หน่อไม้ เห็ด ต่างๆ ตามแต่ละพื้นที่จะอำนวย ดังนั้นฤดูฝนจึงเป็นฤดูแห่งชีวิตเลยทีเดียว
และวังมายด์ ของเราก็ถือโอกาสกลับมาพร้อมหน้าฝนซะเลย หลังจากห่างหายไปนาน(มากๆๆๆ) กลับมาพร้อมการเริ่มโครงการทุนการศึกษาเพื่อน้องในปีที่ 2 ที่กำลังเริ่มต้น ซึ่งเชื่อว่าจะต้องได้รับความร่วมมือ
ร่วใจจาก เพื่อนๆ พี่น้อง และทุกคน ที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสังคม
นอกจากนี้ในส่วนของวังมายด์ ยังอยากได้ เรื่องราว มุมมองแนวคิด หรือเรื่องไหนที่ทุกคนคิดว่าน่าสนใจ อยากเก็บมาเล่า มาฝาก จะเป็นเรื่องอะไรก็ได้ (ของดเว้นประเด็นการเมืองแล้วกันนะ) ส่งมาบอกเล่ากันได้ที่ nineres@hotmail.com ยินดีรับและเผยแพร่ทุกเรื่องราว เพราะวังมายด์คือพื้นที่ของทุกคนค่ะ ^__^
.......................................................................................................
ไปลำปาง ไปหาช้างดีกว่า

ช้างๆ น้องเคยเห็นช้างบ้างหรือเปล่า …เพลงนี้เป็นเพลงฮิตของเด็กไทย (สมัย 20 ปีที่แล้วมั้ง) ไม่รู้ปัจจุบัน ยังต้องร้องกันหรือเปล่า เพราะเมื่อก่อนจำได้ว่า เป็นเพลงแรกๆที่ร้องได้ และเชื่อว่าหลายคนรู้จักช้าง ว่ามีงวงมีงา หางยาว ก้อเพราะเพลงนี้ แต่ถ้าถามว่าเรารู้จักช้างจริงๆหรือเปล่า เริ่มไม่แน่ใจ เพราะที่ผ่านมายังไม่มีโอกาสลูบหัว ลูบหาง ไม่รู้ว่าช้างกินนอนยังไง ทำอะไรได้บ้าง เพราะไม่มีการถ่ายทอด หรืออัดวีดีโอ ให้ดูเหมือนหลินปิง ที่ทุกคนจับตาดูตั้งแต่ยังไม่เกิด
และแล้วช่วงต้นปีที่ผ่านมา ก็ได้มีโอกาสไปสัมผัสช้างซะที จริงๆที่ได้ไป ก็มาจากเสียงรบเร้าของหลานๆ มากว่า ตัวเราเองซะอีก เด็กเดี๋ยวนี้พอได้เรียนรู้อะไรในห้องเรียน ก็อยากเรียนรู้อยากเห็นของจริง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ว่าแล้วเราก้อเดินทางไปที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ห่างจากตัวเมืองลำปาง ประมาณ 25 กิโลเมตรเอง แต่ห่างจากวังเหนือตั้งร้อยกว่ากิโลแน่ะ

พอไปถึงเราต้องจอดรถไว้ข้างล่าง และต้องนั่งรถที่ทางศูนย์จัดเตรียมไว้ให้สำหรับเดินทางไปยังศูนย์ช้างข้างบน ซึ่งระยะทางต้องขึ้นเขาไปอีกหน่อย ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยและเพื่อลดการจราจรที่ติดขัดแน่ๆ หากต้องให้ประชาชนขับรถเข้าไปเอง ซึ่งที่ศูนย์อนุรักษ์ช้าง มีกิจกรรมมากมาย ประกอบด้วย การแสดงช้าง ช้างอาบน้ำ นั่งช้างชมธรรมชาติ เยี่ยมชมความน่ารักของ ลูกช้างเกิดใหม่ที่สถานอนุบาลลูกช้าง รวมทั้งเยี่ยมและเป็นกำลังใจให้ช้างป่วย ที่โรงพยาบาลช้าง ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย
พอถึง ข้างในศูนย์ดูแลช้าง เด็กๆตื่นเต้นใหญ่ เพราะจะได้มีโอกาสลูบหัว ลูบหาง และได้ขี่ช้าง ตามที่ตั้งใจซะที แต่พอเอาเข้าจริงๆ ช่วงแรกๆก็กล้าๆกลัว ด้วยความที่ช้างตัวใหญ่ แต่เมื่อได้เวลาอยู่กับช้าง ได้ลองนั่งช้างชมวิว ได้ป้อนอาหาร ก็เริ่มชอบและติดใจ โดยเฉพาะลูกช้าง ซึ่งพากันมาโชว์ตัวก่อนอาบน้ำ งานนี้ลืมหลินปิงกันไปเลย

หลังจากโชว์ตัวซักพัก บรรดาพี่ๆควาญช้าง ก้อพาช้างเล็กช้างใหญ่ทั้งหลาย ไปอาบน้ำ งานนี้ดูสนุกสนาน เย็นฉ่ำทั้งควาญ ทั้ง้งช้าง อาบน้ำเสร็จ บรรดาช้างทั้งหลาย ก็พร้อมแล้ว สำหรับการแสดง ซึ่งการแสดงที่นี่จะหลากหลาย เรียกว่านั่งดูด้วยความประทับใจ ในความน่ารัก และความสามารถของช้างและควาญช้างตั้งแต่เริ่มจนจบการแสดง เลยทีเดียว
ดูการแสดงเสร็จ เดินออกมาข้างนอกลานแสดง ก็เจอเข้ากับป้ายไม้ ที่สลักพระดำรัส พระสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ความว่า
“ ฉันชอบช้างมากที่สุด ช้างทำอะไรได้หลายอย่าง มีนิยายและเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวกับช้างมากมาย ในหนังสือที่เคยอ่าน
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เป็นองค์แรกที่คิดว่าช้างเป็นสัญลักษณ์ของชั้น ”
อ่านแล้วประทับใจในพระดำรัส และคิดได้ว่า ช้างเป็นสัตว์ที่ทำได้หลายอย่างจริงๆ เราเคยมีช้างในธงชาติ ในพยัญชนะ ในหนังสือ นิทาน ตำนาน หรือแม้แต่ในเพลง แต่จะดีกว่านี้มั้ย ถ้ามีช้างในหัวใจ โดยการหันมาใส่ ใจ ให้ความสำคัญและช่วยกันดูแลช้าง เหมือนที่ช้างเคยเป็นพาหนะยามออกศึก เพื่อปกป้องรักษาให้เรามีเอกราช อยู่เป็นสุขจนถึงปัจจุบัน…หากใครผ่านไปลำปาง อย่าลืมแวะไปเยี่ยมช้างด้วยนะจ๊ะ
** สนใจติดต่อเพิ่มเติมที่ สถาบันคชบาลแห่งชาติ (ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย)
ที่อยู่ กม. 28-29 ถนนลำปาง-เชียงใหม่ ต. เวียงตาล อ.ห้างฉัตร จังหวัดลำปาง 52190 ประเทศไทย
Tel : 66-5424-7876, Fax : 66-5424-7896
Read the full story »
![]() |
ชมรมเพื่อสร้างสรรค์สิ่งดีๆแก่อำเภอวังเหนือ |
![]() |
เรื่องราวของวังเหนือ ในมุมมองที่แตกต่างและน่าติดตาม นำเสนอเรื่องราวที่คุณอาจยังไม่เคยรู้ของวังเหนือ |
![]() |
ที่ของคนมีเรื่องมีราวที่พร้อมจะนำเสนอในมุมมอง ของตนเอง สู่สายตาผู้อื่น |
![]() |
นำเสนอเรื่องราวของขาเม้าส์(ปอท) เขียนถึง |
![]() |
สำหรับคอกีฬาทั้งในและต่างประเทศ อาทิ ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก ลีกดิวิชั่น 2 ภูมิภาค พรีเมียร์ีลีกอังกฤษ |
![]() |
แกลเลอรี่ แหล่งรวบรวมภาพถ่ายสวยๆของวังเหนือ เรื่อง |
พบเรื่องราวของกิจกรรมสุดล้ำที่ทำเพื่อวังเหนือ มีอะไรน่าสนใจที่เด็กวังมีส่วนร่วมได้บ้าง ต้องตามติดประชิดอ่านโดยด่วน
<>ช่วงนี้รู้สึกและถามตัวเองตลอด ว่าทำไมเราเหนื่อยจัง เหนื่อยกับงาน เหนื่อยกับคน เหนื่อยกับสังคมที่ทั้งเร่งรีบ แข่งขัน ทั้งแข่งกับตัวเอง แข่งกับคนอื่น และที่สำคัญแข่งกับเวลา…..
พอถามตัวเองแล้ว สิ่งที่ทำ นั่นคือการบอกตัวเองว่า ก้อพักสิ ใช่ เหนื่อยก้อพัก ไม่ได้พักมาซะนาน ด้วยเหตุผลยอดนิยม นั่นก็คือ ไม่มีเวลา…
แต่คราวนี้เอาจริงละ หาเวลาให้ตัวเองดีกว่า ว่าแล้วก้ออยากไปเที่ยว ไปดู ไปกิน ไปที่ที่ปลอดโปร่ง สบายๆ…
แล้วก้อสรุปว่าชั้นจะไปเที่ยวอัมพวา เหตุผลน่ะหรือ ง่ายๆสั้นๆสองสามข้อ หนึ่งมีที่พักฟรีแน่ๆ สองชอบอยู่ใกล้น้ำ และสามต้องเป็นที่มีของกินเยอะๆ ดังนั้นตลาดน้ำเหมาะสุดๆ เป็นทริปง่ายๆ ไม่ได้วางแผนมาก ไม่ได้ชวนเพื่อนไปเยอะ หนีไปเที่ยวกันสามคน ตัดสินใจกันวันศุกร์ แล้วเช้าวันเสาร์เราก้อเดินทางสู่คลองหมาหอน แบบไม่มีแผนที่ และที่สำคัญไม่แน่ใจด้วยว่าสรุปแล้วฉันจะไปสมุทรสาครหรือสมุทรสงครามกันแน่ …

น้ำตกวังแก้ว เป็นน้ำตกที่สวยงามที่สุดของจังหวัดลำปาง มีชั้นน้ำตกประมาณ ๑๑๐ ชั้น แต่เป็นชั้นใหญ่ ๗-๘ ชั้น เมื่อขึ้นไปถึงชั้นบนสุดของน้ำตกจะพบหมู่บ้านชาวเขาเผ่าเย้าที่บ้านป่าคาหลวง และบ้านส้านซึ่งมีทางขึ้นค่อนข้างชัน ที่น้ำตกวังแก้วยังมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะสั้น ๑.๔ กิโลเมตร นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียงยังมี น้ำตกวังทอง ซึ่งมีลักษณะคล้ายน้ำตกวังแก้ว
ค่าธรรมเนียมเข้าชม เด็ก ๑๐ บาท ผู้ใหญ่ ๒๐ บาท สามารถกางเต็นท์ได้แต่ต้องเตรียมเสบียงไปเอง
การเดินทาง ใช้เส้นทางสายลำปาง-แจ้ห่ม-วังเหนือ ระยะทางประมาณ ๑๑๐ กิโลเมตร มีทางเข้าสู่น้ำตกทั้งสองข้างที่ว่าการอำเภอวังเหนือ จากปากทางเข้าสู่น้ำตกวังแก้วเป็นระยะทางประมาณ ๒๔ กิโลเมตร สภาพถนนเป็นทางลาดยาง ส่วนทางเข้าน้ำตกวังทองจากปากทางใหญ่ที่เข้ามาจะถึงก่อนน้ำตกวังแก้วประมาณ ๙ กิโลเมตร แต่เส้นทางที่เข้าไปค่อนข้างลำบากเพราะเป็นถนนลูกรัง หากเดินทางโดยรถประจำทางสามารถโดยสารรถสองแถวสีฟ้าสายลำปาง-วังเหนือมาลงหน้าที่ว่าการอำเภอและต้องเช่ารถต่อเข้าไปยังน้ำตก
Read the full story »
